อินโดนีเซีย กับ สิ่งที่คุณอาจยังไม่เคยรู้ ?

อินโดนีเซีย

อินโดนีเซีย ถือว่าเป็นประเทศเพื่อนบ้านของเราในอาเซียน มีความสัมพันธไมตรีที่ดีต่อประเทศไทยมาโดยตลอด แต่ใครจะรู้ว่าแต่ละประเทศนั้นก็มีข้อควรปฏิบัติ หรือวิถีชีวิตแปลกๆที่เรายังไม่เคยรู้ประเทศอินโดนีเซีย ก็เช่นกัน ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมีเรื่องราว หรือวิถีชีวิตอะไรที่น่าสนใจ ที่ใครหลายๆคนนั้น อาจจะไม่เคยรู้ที่ไหนมาก่อน และวันนี้เราเลยมีโอกาส นำข้อมูลมาให้ทุกๆคนได้ศึกษาไปพร้อมๆกัน 

อินโดนีเซีย หรือ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย เป็นหมู่เกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ระหว่างคาบสมุทรอินโดจีน กับ ทวีปออสเตรเลีย และระหว่างมหาสมุทรอินเดียกับมหาสมุทรแปซิฟิก มีพรมแดนติดกับประเทศมาเลเซียบนเกาะกาลีมัน ประเทศปาปัวนิวกินิบนเกาะอีรียัน และประเทศติมอร ์- เลสเตเกาะติมอร์ 

ความเป็นมา ประเทศอินโดนีเซีย

ความเป็นมาอินโดนีเซีย

อินโดนีเซียประกอบไปด้วยหมู่เกาะที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาช้านาน แต่ต่อมาต้องตกอยู่ภายใต้การปกครองของ เนเธอแลนด์ อยูาประมาณ 301 ปี ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2438 ซึ่งเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 จักรวรรดิญี่ปุ่นบุกอินโดนีเซีย และทำการขับไล่ เนเธอแลนด์เจ้าอาณานิคมของอินโดนีเซียออกไปได้สำเร็จ จึงทำให้ผู้นำอินโนีเซียคนสำคัญในสมัยนั้นให้ความร่วมมทิกับญี่ปุ่น แต่ไม่ได้ให้ความไว้ใจกับญี่ปุ่นมากนัก เพราะมีเหตุผลในการเคลือบแคลงใจคือ เมื่อผู้รักชาติอินโดนีเซียจัดตั้งขบวนการต่างๆ ขึ้นมา ญี่ปุ่นจะขอเข้าร่วมและควบคุมการดำเนินงานเอง 

เมื่อญี่ปุ่นแพ้สงครามและประกาศยอมจำนนต่อฝ่ายพันธมิตร อินโดนีเซียได้ถือประกาศเอกราชใน พ.ศ. 2488 แต่เนเธอร์แลนด์เจ้าของอาณานิคมเดิมไม่ยอมรับการประกาศเอกราชของอินโดนีเซีย จึงยกกองทัพเข้าปราบปรามผลจากการต่อสู้รบปรากฏว่าเนเธอแลนด์ไม่สามารถปราบปรามกองทัพอินโดนีเซียได้ ระหว่างการเรียกร้องเอกราชทำให้เกิดผู้นำในการเรียกร้องหลายท่านที่ควรค่าแก่การยกย่องดังที่พบใน รายนามวีรบุรุษแห่งชาติอินโดนีเซีย จากนั้นอังกฤษที่เป็นพันธมิตรกับเนอเธอร์แลนด์จึงเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ยเพื่อให้เกิดความยุติธรรมในการขัดแย้ง

ครั้งนี้ โดยให้ทั้งสองฝ่ายลงนามใน ข้อตกลงลิงกาจาตี เมื่อ พ.ศ. 2489 โดยเนเธอร์แลนด์ยอมรับอำนาจรัฐของรัฐบาลอินโดนีเซีย ต่อมาเนเธอร์แลนด์ได้ละเมิดข้อตกลงโดยได้นำทหารเข้าโจมตีอินโดนีเซียทำให้ประเทศอื่นๆ เช่น ออสเตรเลีย อินเดีย ได้ยื่นเรื่องให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเข้าจัดการ สหประราชาติได้เข้าระงับข้อพิพามโดยตั้งคณะกรรมการประกอบไปด้วย ออสเตรเลีย เบลเยี่ยม และสหรัฐอเมริกา เพื่อทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยประนีประนอม และ ได้เรียกร้องให้หยุดยิง แต่เนอเธอร์แลนด์ได้เข้าจับกุมผู้นำคนสำคัญของอินโดนีเซีย คือ ซูการ์โน และ ฮัตตา ไปกักขัง ต่อมาทหารอินโดนีเซียสามารถเข้าช่วยเหลือผู้นำคนสำคัญทั้งสองออกมาได้ ในตอนนี้ทั่วประเทศทั่วโลกต่างตำหนิการกระทำของเนเธอร์แลนด์อย่างยิ่ง และ คณะมนตรีความมั่นคงได้กดดันให้เนอเธอร์แลนด์มอบเอกราชคืนแก่อินโดนีเซีย

ต่อมาในวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2492 อินโดนีเซียได้รับเอกราชแต่ความยุ่งยากยังคงมีอยู่ เนื่องจากเนเธอร์แลนด์ไม่ยินยอมให้ร่มดินแดน อีรียันตะวันตก เข้ากับอินโดนีเซีย ทั้งสองประเทศจึงเตรียมการที่จะเข้าสู้รบกันอีก ผลที่สุดเนอเธอร์แลนด์ก็ยอมโอนอำนาจให้สหประชาชาติควบคุมดูแลอีรียันตะวันตก และ ให้ชาวอีรันตะวันตกแสดงประชามติว่าจะนวมกับอินโดนีเซียหรือไม่ ผลการออกเสียงประชามติปรากฏว่า อีรันตะวันตกส่วนใหญ่ต้องการเข้าร่วมกับอินโดนีเซีย สหประชาชาติจึงโอนอีนียันตะวันตกให้อยู่ในความดูแลปกครองขแงอินโดนีเซียนับแต่นั้นมา 

อินโดนีเซียภูมิประเทศ

ภูมิศาสตร์ 

อินโดนีเซียเป็นประเทศหมูเกาะที่มีขนาดใหญ่ มีพื้นที่รวมกันทั้งสิ้นถึง 1.826,440 ตารางกิโลเมตร มีประมาณ 17,000 เกาะ พื้นที่ 70% ไม่มีผู้อยู่อาศัย มีภูเข้าสูงอยู่ตามเทือกเขาที่มีความสูงมากอยู่ตามเกาะต่างๆ ตามบริเวณเขามักมีภูเขาไฟ และมีที่ราบรอบเทือกเขา ชายเกาะมีความสูงใกล้เคียงกับความสูงของระดับน้ำทะเล ทำให้มีพื้นที่ราบบางแห่งเต็มไปด้วยหนองบึงใช้ประโยชน์ไม่ได้

อินโดนีเซียภูมิอากาศ

ภูมิอากาศ

อินโดนีเซียมีเกาะหลักอยู่ 5 เกาะคือ นิวกีนี , กาลีมันตัน , ซูลาเวซี , และสุมาตรา เกาะที่ใหญ่ที่สุดคือ เกาะสุมาตรา ส่วนเกาะชวาเป็นเกาะที่เล็กที่สุดในบรรดาหมู่เกาะทั้ง 5 แต่ประมาณร้อยละ 60 ของประชากรกว่า 200 ล้านคนอาศัยอยู่บนเกาะนี้และเป็นที่ตั้งกรุงจาการ์ตาซึ่งเป็นเมืองหลวงในปัจจุบัน หมู่เกาะเหล่านี้อยู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉัยงใต้ ระหว่างมหาสมุทรอินเดีย กับ มหาสมุทรแปซิฟิก ชายฝั่งของประเทศอินโดนีเซียยาวประมาณ 2,600 กิโลเมตร และมีพื้นที่พรมแดนติกับประเทศมาเลเซีย ปาปัวนิวกินี และ ติมอร์ – เลสเต

อินโดนีเซีย เศรษฐกิจ

เศรษฐกิจของ อินโดนีเซีย

เศรษฐกิจของอินโนีเซียเป็นเศรษฐกิจที่พึ่งการส่งออกของน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ อุตสาหากรรมน้ำมันถือเป็นแหล่งที่สำคัญที่สุดในการทำรายได้เข้าประเทศอินโดนีเซีย นับตั้งแต่ได้มีการประกาศเอกราช ซึ่งรัฐบาลของประเทศได้นพรายได้มาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านการขนส่งและการคมนาคมสร้างฐานอุตสาหกรรมที่การลงทุนสูง มุ่งหวังสร้างความแข็งแกร่งให้กับการอุตสาหกรรมของประเทศ ดังนั้น เมื่อเกิดวิกฤตน้ำมันในตลาดโลกช่วงปี พ.ศ. 2523 -2527 ซึ่งราคาน้ำมันในตลาดโลกมีการลดลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในอินโดนีเซีย รัฐบาลจึงได้มีการหันมาส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมเพื่อการผลิต และ ลดการพึ่งพา รายได้ที่ได้จากน้ำและก๊าซธรรมชาติ เช่น อุตสาหกรรมสิ่งทอ แร่โลหะที่ค่า สินค้าอุตสาหกรรมต่างๆ รวมทั้งพัฒนาภาคการเกษตรกรรมเพื่อเพิ่มการผลิต ทำให้อินโดนีเซียมีข้าวเพียงพอที่จะเลี้ยงตนเอง โดยไม่ต้องนำเข้าอีกต่อไป ยกเว้นบางปีที่ผลิตข้าวไม่ดี ขณะเดียวกันสินค้าที่มีการส่งออกสินต้าอื่นๆ ก็เพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับ โดยเฉพาะสินค้า อุตสาหกรรมได้กลายเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญในปัจจุบัน 

ในด้านอุตสาหกรรม ได้มีการพัฒนาอุตสาหกรรมสำคัญขึ้นตามลำดับ เช่น อุตสาหกรรมต่อเรือที่ จาการ์ตา สุราบายา เซอมารัง และ อัมบอยนา อุตสาหกรรมผลิตเครื่องบิน อุตสาหกรรมประกอบรถยนต์ต่างๆ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกษ์อุปกรณ์และส่วนประกอบ อุตสาหกรรมกระดาษ อุตสาหกรรมกระจก 

เพื่อส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติ รัฐบาลอินโดนีเซียได้มีการปรับปรุงแก้ไขกฏระเบียบเรื่องเศรษฐกิจกาค้า การเงิน การธนาคาร และ การลงทุน เพื่อให้มีความเสรีและมีความสะดวกมากยิ่งขึ้น การผ่อนคลายรูปแบบของเศรษฐกิจที่รัฐมีการควบคุมอยู่มาก เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนต่างชาติเข้ามาลงทุนในกิจหารหลายๆ ภาค ที่เคยจำกัดไว้ รวมทั้งสาธารณูปโภค เช่น พัฒนาแหล่งพลังานไฟฟ้า การคมนาคมขนส่ง โทรคมนาคม เป็นต้น

ดังนั้นจึงทำให้เศรษฐกิจของอินโดนีเซียจึงมีการขยายตัว และ เจริฐเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ความมั่นคงทางการเมือง ทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ และค่าจ้างแรงงานที่ไม่สูงมาก ล้วนเป็นจัจจียสำคัญในการเกื้อหนุนต่อการลงทุนของต่างชาติ อย่างไรก็ตาม การประกอบการดำเนินการแต่ประโยชน์ส่วนตนมากกว่าการพัฒนาเศรษฐกิจของชาติ การกู้ยืมเงินทุนดอกเบี้ยต่ำจากภายนอกเพื่อลงทุนในกิจการที่ไม่ได้ก่อให้เกิดรายได้ การผลิตประกอบการที่ไม่มีการแข่งขันเนื่องจากได้รับการคุมครองจากรัฐ ทำให้ไม่สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นได้

การไร้ประสิทธิภาพในการควบคุมการโยกเงินทุน การโจมตีค่าเงินในภูมิภาค หนี้สินต่างประเทศ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ ส่งผลให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจในเอเชีย รวมถึงอินโดนีเซียช่วงปี พ.ศ. 2540-2541 ก่อให้เกิดภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจ ซึ่งอินโดนีเซียนั้นต้องกู้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ และ ธนาคารโลก

สินค้าที่สำคัญของประเทศอินโดนีเซีย ได้แก่ ไม้อัดพลายวูด เสื้อผ้า ผ้าผืน ยางแปรรูป รองเท้า อิเล็กทรอนิกส์และส่วนประกอบ สินแร่โลหะ และ ผลิตผลทางการเกษตร ตลาดส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และ เกาหลีใต้ ส่วนสินค้านำเข้าส่วนใหญ่เป็นเครื่องจักร เครื่องไฟฟ้า เคมีภัณฑ์ รถยนต์ แหล่งนำเข้าที่สำคัญได้แก่ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา เยอรมนี และ เกาหลีใต้ 

อินโดนีเซีย คมนาคม

การคมนาคมของอินโดนีเซีย

การคมนาคมในประเทศได้รับอิทพลมาจากทรัพยากร และ ประชาชนในหมู่เกาะนี้ โดยเฉพาะการขนส่งประชาชนกว่า 250 ล้านคน แค่เฉพาะในเกาะชวาอย่างเดียว การขนส่งมีแนวโน้มจะเป็นแบบเกื้อกูลช่วยเหลือกันมากกว่าเป้นการแข่งขันในเชิงเศรษฐกิจ ในปี 2016 เม็ดเงินจากการคมนาคมขนส่งอย่างเดียวคิดเป็น 5.2% ของจีดีพี

ระบบถนนทั้งประเทศมีความยาวทั้งหมด 537,838 กิโมตร โดยจาการ์ตามีระบบรถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษที่ขึ้นชื่อว่ามีเส้นทางเดินรถยางนานที่สุดในโลก ชื่อ ทรานส์จาการ์ตา ด้วยระยะทาง 230.9 กิโลเมตร ใน 13 สายที่วิ่งจนถึงชานเมืองในจาการ์ตา รถสามล้อ และรถแท็กซี่แบ่งกัน เป็นรูปแบบการขนส่งท้องถิ่นที่พบได้ในประเทศ ระบบขนส่งส่วนมากกระจุกตัวอยู่ในชวา สำหรับรถไฟฟ้าและโมโลเรล กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างจาก จาการ์ตา และ ปาเล็มบัง นอกจากนี้ยังแผนที่จะสร้างรถๆฟฟ้าความเร็วสูง ถือเป็นชาติเอเชียประเทศแรกที่มีแนวคิดเช่นนี้ 

ท่าอากาศยานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศคือ ท่าอากาศยานนานาชาติซูการ์โน-ฮัตตา ซึ่งเป็นท่าอากาศยานที่มีผู้คนเข้าออกมากที่สุดในซีกโลกใค้ สายการบินประจำชาติ การูดาอินโดนีเซีย ในปัจจุบันมีเป็นสายการบินชั้นนำของโลก และ เป็นสมาชิก สกายทีม อีกด้วย

อินโดนีเซียประชาชน

ประชากรในประเทศอินโดนีเซีย 

ชาวอินโดนีเซียส่วนมากมีเชื้อสายมาจากชนเผ่าที่พูด ภาษาออสโตรนีเชียน ซึ่งเป็นไปได้ว่ามีต้นกำเนิดมาจากใต้หวั่น นอกเหนือจากนนี้ ยังมีกลุ่มชนเผ่าที่สำคัญอีกกลุ่มหนึ่ง คือ เผ่าเมลาเนเชียน อาศัยอยู่ในเกาะปาปัว ภาคตะวันออกของประเทศ ชาวชวาเป็นกลุามคนที่มีจำนวนมากที่สุด ราวๆ 48 % ของจำนวนประชาการ เป็นกลุามชนชั้นนำทางการเมือง และ วัฒนธรรม จิตสำนึกของความเป็นชาวอินโดนีเซีย จะขนานคงบคู่ไปกับอัตลักษณ์ของท้องถิ่นตนเองอย่างเหนียวแน่น ความตึงเครียดทางสังคม และศาสนาเชื้อชาติ เป็นสิ่งที่เคยกระตุ้นให้เกิดความขัดแย้งรุนแรง อันน่าสะพึงกลัวมาแล้ว ชาวอินโดนีเซียเชื้อสายจีน เป็นกลุ่มน้อยในประเทศ แต่ทรงอิทพลอย่างยิ่ง

 

อินโดนีเซียศาสนา

ศาสนา

โดยศานาฮินดูมีผู้นับถือเป้นหลักบนเกาะบาหลี คิดเป็นราวๆ 84 % ของประชากรทั้งหมด นับถือศาสนาฮินดูแบบบาหลี อันต่างจากศาสนาฮินดูในอนุทวีปเอเชียในบางส่วน เช่น มีศาสนสถานที่เรียกว่า ปูรา นับถือเทพเจ้าสูงสุดคือ อจืนไตร เป้นต้น

อินโดนีเซียการศึกษา

การศึกษา 

ของประเทศประกอบไปด้วยการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาชั้นมัธยมศึกษา และ การศึกษาระดับสูง นอกจากนี้ยังมีการศึกษาก่อนวัยเรียน เพื่อเตรียมความพร้อมของเด็ก ระยะเวลาในการเรียนตั้งแต่ระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่นี่ 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เป็นระยะเวลาทั้งหมด 9 ปี เป็นสร้างพื้นฐานทักษะ ให้แก่ผู้เรียนเตรียมความพร้อมในฐานะปัจเจกชน ประชาชน และ มนุยษ์ชาติ ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานได้มีการแบ้งโรงเรียน 2 แบบ คือ โรงเรียนสอนประถมศึกษาทั่วไป และ โรงเรียนประถมศึกษาพิเศษสำหรับเด็กพิการ 

อินโดนีเซีย วัฒนธรรม

วัฒนธรรม

ดั้งเดิมของประเทศนั้นมีราว 2 สหัสวรรศ ได้รับอิทพลมาจาก อนุทวีปอินเดีย จีนแผ่นดินใหญ่ ตะวันออกกลาง และ ยุโรป และ ชาวเกาะพื้นเมืองออสโตรนีเซียน ล้วนส่งผลให้อินโดนีเซียในปัจจุบันมีวัฒนธรรมแบบพหุวัฒนธรรม พหูเชื้อชาติ และ พหุภาษา ซึ่งทำให้มีลักษณะที่แตกต่างกันออกไปขากชนพื้นเมืองชาวเกาะดั้งเดิม 

สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำในประเทศ อินโดนีเซีย

สิ่งที่ควร ได้แก่ 

  • การทักทายของคนอินโดนีเซีย จะกล่าวคำว่า ชาลามัต ปากี และ อาปากาบา เมื่อพบกัน
  • ควรฝึกภาษาอินโดนีเซียไว้บ้าง เพื่อสร้างความประทับใจแก่คนอินโดนีเซีย
  • ควรหลีกเลี่ยงการแสดงอารมณ์โกรธ หรือ ปฏิกิริยาก้าวร้าวต่อผู้อื่น
  • ควรยิ้มไว้เสมอไม่ว่าอยู่ในสถานการณ์ใด
  • ถือเป็นเรื่องปกติที่คนอินโดนีเซียจะถามเรื่องส่วนตัว เช่น อายุ ศาสนา สถานภาพ
  • ให้เข้าใจว่าการสูบบุหรี่นั้นเป็นเรื่องปกติของคนในประเทศอินโดนิเซีย
  • ควรจะโทรศัพท์ไปแจ้งกับผู้ที่จะไปเยี่ยมเยียน และ ต้องแต่งกายให้เหมาะสม
  • ควรถอดรองเท้าเมื่อต้องเข้าไปบ้านผู้อื่น หรือ สถานที่ศักดิ์สิทธ์
  • แจ่งกายให้เหมาะสมเมื่อต้องออกไปโบสถ์ มัสยืด และ หลีกเลี่ยงการไปบาหลีช่วงเทศกาลวันหยุดของทางศาสนา
  • เมื่อจะ ไอ จาม หาว ควรปิด เพื่อความสุภาพ และ ป้องกันการแพร่เชื้อโรค

สิ่งที่ไม่ควรทำ ได้แก่

  • หากว่าชาวมุสลิมไม่ทำการแสดงการทักทายกลับด้วยการ สัมผัส ก็ไม่ควรไปตำหนิ เพราะถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติทางศาสนา ซึ่งถือเป็นธรรมเนียมทางศาสนา ซึ่งหากจะทักทายเพื่อนต่างเพศ จะทำการค้อมศีรษะและยิ้มแทนการสัมผัส
  • ไม่ควรใช้มือซ้ายในการจับมือ หรือยื่นอาหาร เครื่องดื่มให้ หรือแม้แต่ใช้มือซ้ายในการทักทาย เพราะจะถือว่าไม่สุภาพ
  • ไม่ควรแสดงกิริยาไม่สุภาพด้วยการเท้าเอว ชี้นิว
  • ไม่ควรแสดงอาการกอดจูบกับเพศตรงข้ามในที่สาธารณะ
  • ไม่ควรนำหนอหนุนศีรษะไปใช้รองนั้ง หรือนำไปให้อย่างไม่เหมาะสม
  • ไม่ควรเปิดของขวัญต่อหน้าผู้ที่มอบให้ เพราะจะถือว่าไม่สุภาพ
  • ไม่ควรที่จะจับศีรษะผู้อื่น เพราะจะถือว่าเป็นกิริยาที่ไม่เหมาะสม
  • ไม่ควรรับประทานอาหารหรือเครื่องดิ่มในช่วงถือศิล เดือนรอมฏอน
  • ไม่ควรตาดหวังว่าเจ้าภาพจะนำเครื่องด่มแอลกอฮอล์ และเนื้อหมูมาเลี้ยงต้อนรับ

เป็นอย่างไงกันบ้างสำหรับข้อมูลความเป็นมาของประเทศอินโดนีเซียซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านของเรา ถือว่าที่ผ่านมาไม่ว่าปัญหาด้านของทางการเมือง การปกครอง หรือแม้แต่เศรษฐกิจ อินโดนีเซียสามารถจัดการและพัฒนาปรับปรุงเพื่อสร้างทางเลือก ทำให้เป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จค่อนข้างเร็ว แน่นอนว่าว่าเป็นข้อดีของการบริหารประเทศ นอกจากนี้เราก็ยังได้นำเอา ข้อมูล ข้อควรปฏิบัติ หากใครหลายๆคนมีโอกาสได้ร่วมงาน หรือเข้าสังคมของประเทศอินโดนีเซียก็สามารถนำไปปฏิบัติใช้กันได้เลย 

สนใจบทความอื่นๆ คลิก

อ้างอิงจาก กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระสรวงวัฒนธรรม

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *