5 สถานที่สำคัญ ของประเทศจีน ที่ครั้งหนึ่งควรต้องได้ไป

5 สถานที่สำคัญของประเทศจีน

5 สถานที่สำคัญ ของประเทศจีน ที่เราจะนำมาพูดถึงกันในวันนี้ หากใครหลายๆคนได้มีโอกาสไปสัมผัส เที่ยวชมแล้ว บอกได้เลยว่าคุ้มค่ากับการเดินทางไปอย่างแน่นอน หรือหากใครที่กำลังมองหาสถานที่สวยงาม รวมทั้งยังเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ชาวจีน สามารถหาความรู้ไปพร้อมๆ กันได้เลย

ทำความรู้จัก 5 สถานที่ ของประเทศจีน

5 สถานที่จตุรัสเทียนอันเหมิน

1. จัตุรัสเทียนอันเหมิน
จัตุรัสเทียนอันเหมินนั้นมาจากคำว่า เทียน แปลว่า ฟ้า อัน แปลว่า ผาสุก และ เหมิน แปลว่า ประตู เป็นสถานที่สำคัญทางประศาสตร์บนโลก ที่มีนักท่องเที่ยวแห่มาชมความงดงาม อีกทั้งสถานที่แห่งนี้ยังเป็นสถานที่สำคัญ และ ยิ่งใหญ่ของชาวจีน นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่จัดงานฉลองเนื่องในโอกาสสำคัญต่างๆ ได้สัมผัสกับจัตุรัสที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่มีความยาวทั้งหมด ตั้งแต่ทิศเหนือจรดทิศใต้ 880 เมตร ทิศตะวันออกจรดทิศตะวันตก 500 เมตร รวมอาเขตบริเวณทั้งสิ้น 440,000คารางเมตรเลย สามารถบรรจุประชากรได้ทั้งสิ้นถึงหนึ่งล้านคนเลยทีเดียว จัตุรัสเทียนอันเหมินนั้นถูกล้อมรอบไปด้วยสถาปัตยกรรมที่มีความสำคัญของชาวจีนมาก เช่น หอประตูเทียนอันเหมินที่ตั้งอยู่ทิศเหนือสุดของจัตุรัส พร้อมยังมีธงแดงดาว 5 ดวงใหญ่ที่โบกสะบัดอยู่เหนือเสาธงกลางจัตุรัส และยังมีอนุสารีย์วีรชนใจกลางจัตุรัส มหาศาลาประชาคมทิศตะวันตกของจัตุรัส จนไปถึง พิพิธภัณฑ์การปฏิวัติแห่งชาติ และ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาตร์ชาติจีนทางฝั่งตะวันออก สุดท้ายทางทิศใต้ก็ยังมี หอรำลึกท่านประธานเหมา และ หอประตูเจิ้นหยางเหมิน หรือ เฉียนเหมิน อีกด้วย

ประตูเทียนอันหมิน สัญลักษณ์อย่างหนึ่งของประเทศจีนที่เห็นได้จากสื่อทั่วไป พลับพลาสีแดงขนาดใหญ่ของท่านประธานเหมาเจ๋อดุง ประดับอยู่เหนือซุ้มประตูหน้าประตูเทียนอันหมินแห่งนี้ นักท่องเที่ยวที่ท่องการเที่ยวชมพลับพลา หรือ พระราชวังต้องห้าม จะต้องเดินข้ามสะพานหินหยกขาวไป บนฝาผนังสองข้างซุ้มประตูมีการเขียนคำขวัญว่า ประเทศสหรัฐประชาชนจีนจงเจริญ และ ความสามัคคีประชาชนทั่วโลกจงเจริญ ประดับไว้ด้วย

อนุสาวรีย์วีรชน เสาหินแกรนิตทรงโอบิลิสต์แห่งนี้ ตั้งอยู่ใจกลางจตุรัสเทียนอันหมินสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1952 โดยมติพรรคของคอมมิวนิสต์ของประเทศจีนในขณะนั้น เพื่อรำลึกถึงการต่อสูของประชาชนชาวจีน ในการรวมเป็นสาธารณรัฐจนสำเร็จรอบๆ ฐานมีภาพสลักเรื่องราวการปฏิวัติจีน และ มีลายมือประธานเหมาสลักเอาไว้บนเสาด้วย

ตึกอุสรณ์สถานประธานเหมา สร้างขึ้นเพื่อละลึกถึงท่านประธานเหมาเจ๋อดุง นักท่องเที่ยวที่เป็นคนจีนส่วนมากต้่างพากันมุ่งหน้ามาเคารพศพของท่านประธานเหมาที่นอนทอดกายในโลงศพแก้วอย่างสงบ การเข้าชมนั้นต้องต่อแถวอย่างเป็นระเบียบอาจจะต้องใช้เวลานานพอสมควร เพราะว่ามีนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่หลั่งไหลกัยมาทั่วทุกสารทิศ สำหรับด้านข้างทั้ง 4 ทิศ ก็จะมีรูปปั้นเหล่าวีรชนอาชีพต่างๆ ที่ได้ร่วมกันสร้างชาติประจำอยู่ด้วย

ตึกรัฐสภาประชาชน อาคารรัฐสภาประชาชนตั้งขนาดกับจัตุรัสเทียนอันเหมินทางด้านตะวันตก มีความยาวอีก 1 กิโลเมตร เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1959 ปัจจุบันยังใช้เป็นที่กำหนดสภานิติบัญญัติของจีน จัดงานแดสงขนาดใหญ่ต่างๆ รวมทั้งต้อนรับอาคันตุกะแขกสำคัญของบ้านเมืองด้วย ซึ่งหากสภาประชาชนไม่ได้อยู่ในสมัยประชุมอาคาร รัฐสภาก็จะเปิดให้คนทั่วไปนั้นได้เข้าชมกัน

5 สถานที่ต้องห้าม

2. พระราชวังกู้กง หรือ พระราชวังต้องห้าม
ถัดมาไม่ไกลกันมากไปทางทิศตอนเหนือของจัตุรัสเทียนอันเหมิง นักท่องเที่ยวจะได้ตื่นตาตื่นใจไปกับความยิ่งใหญ่ของ พระราชวังกู้กง ซึ่งหมายถึง พระราชวังเดิม เรียกอีกอย่างว่า จื้อ จื้อ เฉิง ที่แปลว่า พระราชวังต้องห้าม เพราะถือว่าจักรพรรดิเปรียบเสมือนบุตรแห่งสวรรค์ พระราชวังจึงต้องเป็นสิ่งต้องห้าม ที่คนธรรมดานั้นไม่สามารถที่จะล่วงล้ำเข้าไปได้ ซึ่งพระราชวังได้สร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิแห่งราชวงศ์หมิง และสืบทอดตั้งแต่ราชวงศ์หมิงมาทั้งสิ้น 24 พระองค์ มีประวัติตำนานยาวนานถึง 500 ปี มีพื้นที่ทั้งหมด 720,000 ตารางเมตร มีอาคารจำนวน 800 หลัง ประกอบด้วยห้องต่าง 9,999 ห้อง ชื่นชมความงามต่อที่ ตำหนักราชการชั้นใน ห้องบรรทมของจักรพรรดิ และห้องว่าราชการมู่ลี่ไม้ไผ่ของพระนางซูสีไทเฮา นอกจากนี้พระราชวังต้องห้ามนั้นยังเป็นสถานที่โด่งดังและมีชื่อเสียงของโลก ซึ่งไม่นานมานี้ รัฐบาลจีนได้มีนโยบาย จำกัดปริมาณนักท้องเที่ยว เพื่อจะได้อนุรักษ์ และ คงสถาพของอาคารไว้ 

ประตูเฉียนเหมิน ตั้งอยู่ทางทิศใต้สุดของจตุรัสเทียนอันเหมิน มีอายุมากว่า 500 ปี สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิงในสมัยโบราณ เป็นประตูหลักของขบวรพระขักรพรรดิ เวลาเสด็จหรือออกจากพระราชวังต้องห้ามบนหอคอยสูง 27.3 เมตร รวมกับฐานซุ้มประตูสูง 42 เมตร ซึ่งถือว่าเป็นซุ้มประตูที่สูงที่สุดในปักกิ่ง

5 สถานที่พระราชวังฤดูร้อน

3. พระราชวังฤดูร้อน
จากนั้นพาเที่ยวปักกิ่งกันต่อ พาสัมผัสกับความงามที่แสนอัศจรรย์ของ พระราชวังฤดูร้อน อี้เหอหยวน ของพระนางซูสีไทเฮา ก่อนนี้นั้นยังเคยเป็นสถานที่ ที่เจ้านายปกครองในระบบศักดินานิยมมาพักผ่อนตากอากาศ โดยต่อมาจักรพรรดิอีกหลายพระองค์โปรดเสด็จมาประทับทรงงานที่นี้ ตลอดจนว่าราชการแผ่นดินในพระราชวังฤดูร้อนนอกเขตพระราชฐาน จนทำให้ฤดูร้อนนั้นมีบทบาทสำคัญในด้านของการเป็นศูนย์กลางทางการเมือง เป็นราชวังที่ตั้งอยู่ห่างจากพระราชวังต้องห้ามไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ประมาณ 8 กิโลเมตร เป็นอุทยานที่ใหญ่ที่สุดของประเทศจีน ประกอบไปด้วยเนินเขา 60 เมตร มีพระตำหนักอยู่บนเนิน และ ทะเลสาบคุนหมิงที่เกิดจากการใช้แรงงานคน ขุดดินขึ้นถมที่เนินเขา เพื่อที่จะสร้างพระตำหนัก พระราชวังฤดูร้อนอี้เหอหยวน มีประวัติศาตร์ยาวนานมากว่าเกือบพันปี และได้รับลงทะเบียนเป็นมรดกโลก ภายใต้ชื่อของ พระราชวังฤดูร้อนและอุทยานในกรุงปักกิ่ง มีภูมิประเทศเป็นขุนเขาที่งดงาม อากาศสดชื่ เย็นสบาย เหมาะแก่การไปเที่ยวพักผ่อนที่สุด 

5 สถานที่กำแพงเมืองจีน

4. กำแพงเมืองจีน
ขึ้นชื่อว่าเมืองจีน คงไม่มีใครไม่รู้จักแน่นอน เพราะกำแพงเมืองจันนั้น เป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง ย้อนกลับไปเมื่อครั้งสมัยจักรพรรดิจิ้นซีฮ่องเต้ ได้ถูกสร้างขึ้นด้วยแรงงาน เลือดเนื้อ และชีวิตของคนนับล้านคน  เป็นกำแพงที่มีลักษณะเป็นป้อมขั้นเป็นช่วงๆ เพื่อป้องกันการรุกรานจากพวกฮั่น ที่จะเข้ามารุกรานจันตามแนวชายแดนทางทิศเหนือ เป็นกำแพงหมื่นลี้ทีเดิมมีการบันทึกความยาวไว้ว่า 8,850 กิโลเมตร แต่ในปัจจุบันนั้นได้มีการวัดความยาวได้ถึงสองเท่า คือ 21,1968.18กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด 15 มณฑลทั่วประเทศ มาเที่ยวจีนทั้งที่ ต้องห้ามพลาดที่จะมาเที่ยวชมที่กำแพงเมืองจีน ไม่อย่างนั้นคงมาไม่ถึงประเทศจีนแน่นอน 

 พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง

5. พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง
ปิดท้ายเราจะพาไปเรียนรู้กับประวัติศาตร์ประเทศจีน ซึ่งจะมาทุกท่านไปยัง พิพิธิภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง ภาษาอังกฤษว่า  Beijing Waxworks Palace of Ming Dynasty หมายถึง พระราชวังหุ่นขี้ผึ้งราชวงศ์หมิงแห่งนครปักกิ่ง พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นอาคารชั้นเดียว จัดแสดงผลงานทางประวัติศาตร์ตั้งแต่เริ่งก่อตั้งราชวงศ์ นำโย จูหยวนจาง จนรุ่งเรืองไปจนล่มสลาย ให้ทุกท่านนั้นได้เดิมชมสัมผัสหุ่นขี้ผึ่งที่เล่าเรื่องราวแต่ละฉาก รวมทั้งสิ้นถึง 26 ฉาก ซึ่งแต่ละฉากมีขนาสมจริงมาก พร้อมทั้งคำบรรยายที่ทำให้ทราบความเป็นในแต่ละฉากนั้นๆ นับว่าเป็นแห่งเรียนรู้ทางประวัติศาตร์ประเทศจีนที่ได้มากเลยทีเดียว

นอกจากนี้เราจะยังได้พบกับกิจกรรมมากมายที่จัดขึ้นในจัตุรัสอันหมิน ไม่ว่าจะเป็นการแสดงกังฟู การแสดงกายกรรมที่ปักกิ่ง การแสดงงิ้วปักกิ่งรอบค่ำ และ การแสดงกิจกรรมอย่างอื่นอีกมากมาย ทั้งหมดมาพร้อมบริการรถรับส่งถึงที่ สำหรับโรงแรมที่พักชื่อดังก็อยู่ใกล้ๆ พร้อมมอบความสะดวกสบายให้กับคุณ เช่น โรงแรมฮิลตันเบจินหวังฟู่จิง โรงแรมแกรนด์ไฮแอท เบจิน และอีกมากมายพร้อมให้คุณจองพักได้ทันที

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติจีน ตั้งอยู่ด้านตะวันออกของจตุรัสเทียนอันเหมิน ภายในอาคารนั้นออกแบบเป็น 2 ส่วน จัดเป็นพิพิธภัณฑ์ทางประวัติศาตร์จีน และ ทางเหนือเป็นพิพิธภัณฑ์การปฏิวัติของจีน เปิดให้เข้าชมอย่างเป็นทางการเมื่อปีั ค.ศ. 2003 ปัจจุบันนั้นสามารถเข้าชมพิพิธภัณฑ์ได้ 4 ชั้น โดยแบ่งพื้นที่เท่าๆ กัน จุดประสงค์ เพื่อรวบรวมและจัดแสดงผลงานทางประวัติศาตร์ที่มีการค้นพบทั้งโบราณคดี และ โบราณวัตถุ รวมถึงได้ให้ความรู้แก่ผู้ที่มาเข้าชม อีกส่วนนึงแสดงเรื่องราวเหตุการณืสำคัญ การปกวิติของจีน แก่คนรุ่นหลังโดยเฉพาะเยาวชนของจีน ได้เรียนรู้และตระหนักถึงความยากลำบาก ของการรวบรวมประชาชาเป็นปีกแผ่นเหมือนในปัจจุบัน

สรุปความรู้ 5 สถานที่สำคัญ ของประเทศจีน

ก็จบกันไปแล้วกับการแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ชาวจีน และเป็นสถานที่ขึ้นชื่อโด่งดังของโลก ที่มีทั้งความงดงามของธรรมชาติ และความงดงามของสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่ มาพร้อมเรื่องราวนับเกือบพันปี ของพระราชวงศ์จักรพรรดิของประวัติศาตร์ชาวจีน รวมไปถึงการเดินทางไปเที่ยวนั้น ยังมีที่โรงแรมที่พักใกล้ๆกัน มาพร้อมกิจกรรมภายในสถานที่ตลอดทริป บอกเลยว่าถ้าใครได้มาสัมผัสจะได้ทั้งความรู้และการมาเที่ยวผ่อนคลายไปกับ 5 สถานที่สำคัญเหล่านี้แน่นอน 

อ้างอิงข้อมูลจาก expedia.co.th

สนใจข้อมูลอื่นๆ

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *